Category: Education

  • รีวิวทุน ก.พ. UIS: Part 1 การเตรียมตัว

    รีวิวทุน ก.พ. UIS: Part 1 การเตรียมตัว

    สวัสดีครับ ขออนุญาตแนะนำตัวอีกซักครั้ง ผม พีรวัส วารีธัญญรัตน์ เรียกสั้นๆว่า พีร์ ก็พอ ผมเป็นนักเรียนทุน ก.พ. ทุนเพื่อดึงดูดผู้มีศักยภาพสูงที่กำลังศึกษาอยู่ในสถาบันการศึกษาในประเทศ (ทุน UIS)

    หลายๆท่านคงสงสัยว่าทุนอะไร ? มีทุนนี้ด้วยหรอ ? ละต่างจากทุนบุคคลทั่วไปยังไง ? วันนี้ผมจะมาแชร์ประสบการณ์ว่าเจอทุนนี้ได้อย่างไร สอบยากไหม ต้องฝึกงานหรือเปล่า พร้อมแล้วไปลุยกันเล๊ยย

    Table of Contents (ปรับปรุง)

    1. ทุน UIS คืออะไร? และผมหาทุนนี้เจอได้อย่างไร
    2. ด่านแรกสู่ทุน UIS: เกณฑ์การสมัครและภาพรวมกระบวนการ
      • คุณสมบัติของผู้มีสิทธิ์สมัครสอบ
      • เอกสารและหลักฐานที่ต้องเตรียม
      • ลำดับและช่วงเวลาของกระบวนการ
      • ภาพรวมโครงสร้างการคัดเลือก (5 ด่าน)
    3. เจาะลึกด่านที่ 1: การสอบข้อเขียน
      • เนื้อหาวิชาสอบข้อเขียน
      • รีวิวจากประสบการณ์: การเตรียมตัวและบรรยากาศวันสอบ
    4. เจาะลึกด่านที่ 2: การสอบภาคปฏิบัติ หรือการฝึกงาน และการเขียนเรียงความ
    5. เจาะลึกด่านที่ 3: การอภิปรายกลุ่ม
    6. เจาะลึกด่านที่ 4: การสอบสัมภาษณ์
    7. ก้าวสุดท้าย: การทำสัญญา
    8. บทสรุป Part 1 และบทถัดไปของ “การเดินทางกับทุน UIS”

    ทุน UIS คืออะไร? และผมหาทุนนี้เจอได้อย่างไร

    ทุน UIS

    เพื่อนคงสงสัยว่าทุน UIS คืออะไร ไม่ค่อยเห็นคนพูดถึง แล้วมันต่างจากทุนบุคคลทั่วไปอย่างไร ทุน UIS หรือ Undergraduate Intelligence Scholarship Program เป็นทุนที่มอบให้กับนิสิต/นักศึกษาในระดับปริญญาตรีปีสุดท้ายที่ที่มีความมุ่งมั่นอยากจะพัฒนาประเทศ

    ซึ่งเมื่อเรียนจบแล้ว จะได้รับการบรรจุราชการและเริ่มทำงานทันทีตามความต้องการของหน่วยงานที่ร้องขอตำแหน่งที่เราสมัคร ก่อนไปศึกษาต่อในระดับชั้นปริญญาโทในต่างประเทศ เพื่อที่จะได้นำความรู้กลับมาพัฒนาประเทศต่อไป อ้างอิงจาก ทุน UIS บน ก.พ.

    ช่วงที่ผมเรียนอยู่ปี 3 ผมไม่เคยได้ยินทุนนี้มาก่อนเลยครับเพื่อนๆก็จะรู้จักแต่ทุนบุคคลทั่วไปที่เปิดสอบเป็นระยะอยู่แล้ว แล้วผมทราบทุนนีจากไหนนะหรอ ? คุณแม่ผมไงละ พี่สาวเพื่อนผมเขาผ่านการสอบคัดเลือกชิงทุนนี้และก็คุณแม่ผมกับเพื่อนก็สนิทกันก็เลยเป็นการบอกปากต่อปากให้ผมไปลองสอบดู

    ด้วยความที่ว่าก็ช่วงนั้นก็ยังว่างอยู่พอดี เพราะว่า เป็นช่วงปิดเทอมย่อย ก็เลยอะๆ ลองสมัครหน่อยไม่เสียหายอะไรหรอก และนั้นก็เป็นการตัดสินใจที่จะเปลี่ยนผมไปตลอดกาล

    ด่านแรกสู่ทุน UIS: เกณฑ์การสมัครและภาพรวมกระบวนการ

    คุณสมบัติของผู้มีสิทธิ์สมัครสอบ

    1. ต้องไม่มีลักษณะต้องห้ามตาม มาตรา 36 แห่งพระราชบัญญติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ 2551 เช่น ห้ามเป็นบุคคลล้มละลาย สามารถอ่านข้อมูลเพิ่มเติม คลิกที่นี้เพื่ออ่านเพิ่มเติมได้เลยครับ
    2. เป็นผู้ที่กำลังจะศึกษาในชั้นปีสุดท้ายของปริญญาตรี และหลักสูตรที่เรียนก็ต้องเข้าข่ายในสาขาวิชาตามที่กำหนดในคุณสมบัติเฉพาะแต่ละหน่วยทุน เช่น อย่างผมจะสมัครตำแหน่ง นักวิชาการคอมพิวเตอร์ก็ต้องเรียนอะไรซักอย่างที่ใกล้เคียง เช่น Software Engineering / Computer Science / AI / Computer Engineering เป็นต้น
    3. ในส่วนของ GPA อาจจะต้องเช็คอีกทีขึ้นอยู่กับสาขาที่เรียนอยู่อย่างของผมก็คือไม่ต่ำกว่า 2.75
    4. ต้องไม่มีการรับทุนอื่นที่มีข้อผูกพันในการชดใช้ทุน
    5. เป็นคนดี 🙂

    เอกสารและหลักฐานที่ต้องเตรียม

    1. ใบสมัครที่อัปโหลดรูปถ่ายจากระบบรับสมัครสอบ
    2. หนังสือรับรองสถานภาพการศึกษา
    3. สำเนาระเบียนแสดงผลการเรียน Transcript
    4. หนังสือรับรองความประพฤติ
    5. เอกสารอื่นๆ อย่างสำเนาเปลี่ยนชื่อ-สกุลเป็นต้น ถ้ามีผลคะแนนภาษาอังกฤษ ก็แนบมาด้วยก็ได้นะครับพวก IELTS TOEFL TOEIC
    6. แบบตรวจสอบเอกสารประกอบการสมัครสอบ และลงลายมือชื่อให้ครบถ้วน

    ระยะเวลาในแต่ละช่วง

    • ประกาศรับสมัคร มักจะเป็นช่วงปลายปี อย่างถ้าของปี 2568 ก็จะประกาศรับสมัคร ตอนธันวาคม 2567
    • สอบข้อเขียน ช่วงเดือนกุมภาพันธ์ ตามสถานที่สอบ ในกรุงเทพ หรือ ปริมณฑล
    • กิจกรรมการฝึกงาน 6 สัปดาห์ช่วง พฤษภาคม ถึง มิถุนายน
      • หมายเหตุ ถ้าน้องๆ คนไหนที่เรียนพวกวิศวฯ คอม มันจะต้องมีฝึกงานตอนปี 3 ใช่ไหมครับ แนะนำว่าให้ทำเรื่องกับ ก.พ. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องว่าเราขอฝึกงานรวบไปเลย จะได้ไม่เกิดการซ้ำซ้อนครับผม อย่างของผมก็ ขอฝึกรวบไปเลย 2 เดือนกว่า ครับ
    • กิจกรรมก่อนการประเมินความ เหมาะสมของบุคคลเพื่อรับทุน ช่วง กรกฎาคม
    • สัมภาษณ์ กรกฎาคม
    • ทำสัญญา ธันวาคม

    ภาพรวมโครงสร้างการคัดเลือก

    สำหรับการสอบนั้นจะแบ่งออกเป็นสองส่วนหลักๆได้แก่

    1. สอบข้อเขียน (ทุกคนสอบเหมือนกันหมด)
    2. สอบภาคปฏิบัติ หรือ การฝึกงาน และการเขียนเรียงความ
    3. ทดสอบ EQ และการอภิปรายกลุ่ม
    4. สอบสัมภาษณ์

    เจาะลึกด่านที่ 1: การสอบข้อเขียน

    การสอบข้อเขียนนั้นจะแบ่งออกเป็นข้อสอบสองชุดได้แก่

    1. วิชาภาษาอังกฤษ
    2.  วิชาความสามารถทั่วไปเชิงวิชาการ

    วิชาภาษาอังกฤษ
    ข้อสอบภาษาอังกฤษในมุมมองผม ผมรู้สึกว่าเหมือนกับสอบข้อสอบ CU-TEP โดยจะมีเนื้อหาข้อสอบดังนี้

    • Vocabulary and Expression
    • Error Recognition
    • Reading Comprehension

    วิชาความสามารถทั่วไปเชิงวิชาการ
    ข้อสอบก็จะคล้ายๆกับภาค ก แต่ว่าจะมีให้อ่านคิด วิเคราะห์ ตีความสรุปความ แก้พวกโจทย์แนวข้อมูลเชิงปริมาณ หรือ ลำดับนิดหน่อยให้ทำด้วยเช่นกัน

    รีวิวจากผู้เขียน และการเตรียมตัว


    ด้วยความที่ว่าร้างมือจากการทำข้อสอบไปนานพอสมควร (3 ปี ตั้งแต่สอบเข้ามหาวิทยาลัย) ผมก็เลยต้องไปคุ้ยๆข้อสอบเก่ามานั่งอ่านทบทวน บวกกับดูแนวข้อสอบ ก.พ. เก่าๆ และดูข้อสอบ CU-TEP เพราะตอนนั้นไม่แน่ใจเลยว่าตัวข้อสอบจะหน้าตาเป็นอย่างไรก็เลยเกร๊งหลายๆแนวเอาไว้

    ตอนไปสอบ ปี 2565 ตอนนั้นถ้าจำไม่ผิดน่าจะเป็นที่โรงเรียนสวนดุสิตครับและวันนั้นคือคนสอบคือเยอะมากกกก (ก ไก่ ล้านตัว) ด้วยความที่สถานที่สอบไม่ได้อยู่ติดกับรถไฟฟ้า ที่ผมโดยสารเป็นประจำ ผมกับแม่จึงเลือกที่จะเอารถไป แม้ว่าคนจะเยอะ แต่ด้านในก็พอมีที่จอดอยู่บ้างนะครับ แต่ถ้าไปสายมาก ๆก็อาจจะไม่เหลือเพราะฉะนั้นก็ระมัดระวังกันด้วยนะครับ

    เมื่อถึงเวลาเข้าห้องสอบกรรมการก็จะตรวจสอบใบสมัครที่เราปริ้นต์หลังจากจ่ายเงินไปแล้วมา แล้วก็ดูบัตรประชาชนก่อนให้เราเข้าไปนั่งประจำที่ ถ้าจำไม่ผิดตอนนั้นใช้ฝนด้วยดินสอ 2B ครับผม พอถึงเวลากรรมการก็แจกข้อสอบ

    สำหรับส่วนตัวแล้วผมจะมีหลักการทำข้อสอบก็คือ ถ้าอ่านโจทย์ข้อไหนแล้วใช้เวลานานเกินไปในการตอบจะข้ามไปก่อน เพราะข้อสอบนี้นอกจากจะต้องแข่งกับความยากง่ายแล้วยังต้องแข่งกับเวลาด้วย การที่เราติดกับข้อใดข้อหนึ่งมากเกินไปอาจส่งผลให้เราทำไม่ได้ครบทุกข้อครับ

    Vocabulary and Expression ก็จะประมาณว่ามีช่องว่างให้เติมคำอะไรลงไปถึงจะถูกต้อง หรือคำนี้แปลว่าอะไร Error Recognition ก็จะเป็นข้อสอบที่ให้เราหาว่าจากประโยคข้างต้นมีตรงไหนที่ Grammar ผิด, ใช้ Tense ไม่ถูกต้อง, หรือใช้รูปแบบคำไม่ถูกต้อง เช่น ควรใส่ Noun ดันไปใส่ Adjective และส่วนสุดท้ายก็คือ Reading Comprehension ที่จะให้บทความ มาอ่านและเราก็ต้องทำความเข้าใจ ก่อนที่จะไปตอบคำถามด้านล่างนั่นเอง

    ต่อไปก็วิชาความสามารถทั่วไปเชิงวิชาการ
    โดยรวมข้อสอบก็จะเป็นการวิเคราะห์และการใช้เหตุผล มีให้อ่านพารากราฟ ภาษาไทยยาวตั้งแต่ 1/4 ของหน้ากระดาษถึงครึ่งหน้ากระดาษแล้วก็ถามว่า ผู้เขียนรู้สึกอย่างไร อะไรที่เป็นเหตุและผลของเนื้อเรื่องเป็นต้น ครับ อาจจะมีพวกข้อสอบประเภท ลำดับง่ายๆให้ทำด้วยเช่นกัน

    สำหรับผมแล้ว ข้อสอบที่เป็นอ่านภาษาไทย ไม่ได้ยากมากถ้าเราค่อยๆอ่านและตีความโดยยึดตามเนื้อหาที่ให้อ่าน อย่าเผลอเอาความคิดตัวเองไปใส่นะครับ เพราะมันจะผิดให้ยึดตามสิ่งที่โจทย์ให้เท่านั้นนะครับ สำคัญมาก !!!

    ส่วนข้อสอบลำดับอนุกรม หรือพวกเปอร์เซ็นต์คือข้อสอบประมาณ มัธยม ซึ่งผมเชื่อว่าถ้าฝึกทำอยู่เป็นประจำก็ทำได้แน่นอนครับ

    ต่อไปก็จะเป็นเนื้อหาเกี่ยวกับการสอบภาคปฏิบัติหรือ การฝึกงานนะครับ ซึ่งการที่จะได้ไปฝึกงาน แปลว่าเราต้องผ่านการสอบข้อเขียนมาเรียบร้อยแล้วนั่นเองครับ

    เจาะลึกด่านที่ 2: การสอบภาคปฏิบัติ หรือการฝึกงาน และการเขียนเรียงความ

    กรมบังคับคดี ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร

    ถึงผมจะเรียกว่ามันคือการสอบภาคปฏิบัติก็เถอะแต่จริง ๆ แล้วก็คือการให้ไปลองฝึกงาน เพื่อดูว่าหน่วยงานที่ร้องขอตำแหน่งเราไปเนี่ย เขาทำงานแบบไหนกันมีเนื้องานอะไร แล้วประมาณไหนบ้าง

    อย่างของผม ตอนที่ไปฝึกงานก็ ไปฝึกงานที่กรมบังคับคดี ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารเป็นระยะเวลา 6 สัปดาห์ แต่เนื่องจากว่าผมสมัครหน่วยทุนเดียวและก็ต้องฝึกงานของที่มหาลัยด้วย ผมก็เลยฝึกงานทั้งหมด 9 สัปดาห์แทนครับ เพื่อเก็บชั่วโมงของมหาวิทยาลัยด้วยเช่นกัน

    ตลอดระยะเวลา 6 สัปดาห์ (ที่เหลือขอไม่นับละกันครับ เพราะเป็นของฝึกงานที่คณะที่ผมเรียนแล้ว) ด้วยความว่าเป็นงานด้าน IT งานส่วนใหญ่ที่ผมเข้าไปเรียนรู้เนื้องานก็จะเป็นพวก Database & Web development, Network & Security, IT Support

    ตอนนั้นด้วยความว่า ไอ้เรามันก็คนร้อนวิชาอยู่พอตัว ก็เลยขอเขาลอง POC (Proof Of Concept) เกี่ยวกับการทำ Line Chatbot ด้วย Line Messaging API เพื่อใช้แจ้งรายการอาหารในแต่ละสัปดาห์ก่อนที่จะหมด 5 สัปดาห์พอดี

    Proof of Concept Line Messaging API

    ช่วงนั้นก็ถือว่าสนุกมาก เพราะเป็นงานที่ชอบ บวกกับมีความท้าทายหลายๆเรื่องที่จะพบได้แค่ในหน้างานราชการ ซึ่งแตกต่างกับการทำงานแบบเอกชน

    นอกจากนี้ผมแนะนำว่าเราก็ควรจะมีปฏิสัมพันธ์กับพี่ๆที่ทำงานไว้ด้วย เพราะอย่าลืมว่าหลังจากฝึกงานเสร็จแล้ว ถ้าเราเลือกที่นี้เพื่อใช้ทุนระยะที่ 1 เราก็จะต้องกลับมาเจอพวกเขาอีก การที่ทำความรู้จักไว้เนืองๆ ก็จะเป็นการดีกว่า อีกทั้งยังเป็นการแสดงถึงความสามารถในการปรับตัวเข้ากับผู้อื่นได้เช่นกัน

    เมื่อฝึกงานเสร็จแล้วก็จะได้รับการประเมินจากทางพี่เลี้ยงและให้เราเขียนเรียงความ ซึ่งก็จะเป็นการเขียนเรียงความเกี่ยวกับ “คุณได้อะไรจากการฝึกงาน” ซึ่งตอนนั้นที่เขียนก็เขียนไปเกือบ ๆ 1 หน้ากระดาษเลยครับ

    หลังจากนั้นพอผ่านมาซักระยะ ก.พ.ก็จะเรียกตัวเราให้ไปทำ การอภิปรายกลุ่มกับเพื่อนที่มีสิทธิ์ได้รับทุน ก.พ. และ สอบสัมภาษณ์ที่ สำนักงาน ก.พ. ในลำดับต่อไปครับ

    บรรยากาศการทำงาน

    เจาะลึกด่านที่ 3: การอภิปรายกลุ่ม

    หลังจาก ฝึกงานเสร็จแล้ว ก.พ. ก็จะนัดวันให้เราเข้าไปทำกิจกรรม อภิปรายกลุ่ม (Group Disccusion)โดยจะเป็นการที่เราและเพื่อน ๆ จะต้องช่วยกันทำงานกลุ่มและนำเสนอให้กับกรรมการ 2-3 ท่าน

    ซึ่งสำหรับกิจกรรมนี้เขาต้องการประเมินว่า ถ้าต้องทำงานร่วมกับ ผู้อื่นที่พึ่งจะเคยเจอกันครั้งแรก เราสามารถปรับตัวเข้ากับสังคม สิ่งแวดล้อม และการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าได้ดีแค่ไหนครับ

    ส่วนตัวแนะนำว่า คอยหาช่องไฟพูดและผลัดกันพูดกับเพื่อน ๆ อย่าปล่อยให้ Dead Air จนนานเกินไป อาจจะต้องมีบางจังหวะที่เราต้องนำ และบางจังหวะที่เราต้องตามเพื่อนครับ ตอนรุ่นผมจะเป็นออกแบบโลโก้ UIS ครับ
    สำหรับ Session นี้ก็เหมือนกับการวัดว่าเรามีทักษะความเป็นผู้นำ และผู้ตาม เป็นคนแบบไหน สำหรับกรรมการด้วย

    เจาะลึกด่านที่ 4: การสอบสัมภาษณ์

    และก็มาถึงส่วนสุดท้าย การสอมสัมภาษณ์ ใน Session นี้เราจะถูกถาม และต้องตอบทั้งเป็นภาษาอังกฤษ และ ภาษาไทย โดยจะมีกรรมการ 5 ท่าน ได้แก่ นักจิตวิทยา นักวิชาการที่เกี่ยวข้องกับหน่วยงานที่เลือก (ของผมเป็น ผอ. ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร) เจ้าหน้าที่ของ ก.พ. และผู้เชี่ยวชาญด้านภาษาอังกฤษ

    โดยการสัมภาษณ์จะเริ่มจากให้เราแนะนำตัวเราก่อน ก็ขายตัวเองไปเลยครับ พรีเซ้นท์ตัวเองได้เลยเต็มที่ จะมีถามว่าครอบครัวเป็นไงบ้าง ทำไมถึงอยากรับทุนนี้ ถ้าสมมติว่ากลับมาจากเรียนต่อ ป.โทแล้ว จะทำอะไร อีก 10 ปีข้างหน้า เราเห็นตัวเองเป็นอย่างไร? ตอนฝึกงานได้อะไรบ้าง? อาจจะมีถามว่าหน่วยงานที่ไปฝึกงานเขาทำอะไรบ้าง? ถ้าไปเรียน ป.โท จะเรียนต่อด้านอะไร?

    สำหรับ Session นี้ใจเย็น ๆ ไม่ต้องเครียดครับค่อย ๆ ตอบไป มันอาจจะดูกดดัน เพราะว่ามัน 5 รุม 1 เนาะ 555 ในส่วนของคำถามภาษาอังกฤษก็พูดไปเลยครับ ถึงจะเป็นผู้เชี่ยวชาญภาษาอังกฤษ แต่สำหรับ session นี้เขาต้องการให้เรากล้าสื่อสารเป็นหลัก เพราะฉะนั้นคิดอะไรได้ก็ตอบไปเลยครับ อย่ากลัว

    ก้าวสุดท้าย: การทำสัญญา

    หากเราผ่านการสัมภาษณ์และประกาศผลว่าติด ทาง ก.พ. ก็จะชี้แจงและให้เราดูสัญญาเพื่อเตรียมทำสัญญารับทุนระยะที่ 1 และ เมื่อทำสัญญาแล้ว ทาง ก.พ. ก็จะ ให้ทุนรัฐบาลเพื่อศึกษาในชั้นปีสุดท้ายจนสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี ตามโครงสร้างหลักสูตร ทั้งนี้ ต้องใช้ระยะเวลาศึกษาไม่เกิน 1 ปี

    บทสรุป Part 1 และบทถัดไปของ “การเดินทางกับทุน UIS”

    จบไปแล้วนะครับสำหรับพาร์ทที่ 1เนื้อหาในส่วนนี้ก็จะพูดถึงแค่การสมัครและการสอบเท่านั้น ถ้าชอบก็อย่าลืมกดไลก์ และติดตามรอฟังบทถัดไปได้เลยครับ สำหรับบทหน้าผมจะมารีวิวว่าตลอดระยะเวลาเกือบ 2 ปีที่ทำงานราชการในฐานะนักเรียนทุน UIS เป็นอย่างไร แล้วเจอกันครับ

    References

    1. รายละเอียดเกี่ยวกับทุน
    2. รายชื่อตำแหน่งที่เปิดรับ
    3. กำหนดการประจำปี 2568